กก.ดส. จับเจ้าหน้าที่สหกรณ์แสบ

บุกรวบคาลานจอดรถ! กก.ดส. จับเจ้าหน้าที่สหกรณ์แสบ ลักนมโรงเรียนขายกินส่วนตัว ทำองค์กรสูญเงินกว่า 9 แสนบาท

วันที่ 1 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สว.กก.ดส. นำกำลังชุดปฏิบัติการที่ 2 จับกุม  นายเอกวิทย์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ 57/2569 ลงวันที่ 30 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง” จับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถ save one korat ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

พฤติการณ์คดี โดยวันที่ 1 ก.พ.59 ทางสหกรณ์ฯ ได้รับนายเอกวิทย์ เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ซึ่งนายเอกวิทย์ฯมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของธุรกิจรับจ้างขนส่งนมโรงเรียน ต่อมาวันที่ 29 ก.ย.68 ในปีบัญชี 2566 ผู้ตรวจสอบบัญชีได้ตรวจสอบเกี่ยวกับนมโรงเรียนและได้สอบทานหนี้คงเหลือ กับทางบริษัทผลิตนมโรงเรียน ที่ว่าจ้างสหกรณ์ขนส่งนม และพบว่าสหกรณ์ มียอดคงค้างชำระค่านมจำนวน 927,177.94 บาท ที่ส่วนค่าจ้างขนส่งนม ได้ตรวจสอบโกดังมีนมคงเหลือจำนวน 2,488 กล่อง ได้สอบถามกับทางนายเอกวิทย์ฯ จึงได้ทราบว่าได้เบิกนมมาเกินที่จำนวนที่ต้องส่ง และไม่สามารถส่งนมคืนโรงงานได้ เพราะโรงงานทำบัญชีส่งออกแล้ว ทางโรงงานนม แจ้งทางสหกรณ์ฯ ต้องชำระยอดค้าง จำนวน 927,177.94 บาท ทางบริษัทฯจึงจะจ่ายค่าจ้างขนส่งนมต่อสหกรณ์ฯ ได้สอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งเกิดจากการเบิกนมจากโรงงานมาเกินที่จะส่งต่อหน่วยงาน ( อบต./เทศบาล) จึงได้รายงานให้คณะกรรมการรับทราบ และมีมติ ให้บริษัทฯหักยอดที่สหกรณ์จะได้รับค่าขนส่งนม จากบริษัทฯ และโอนยอดหลังจากหักเข้าบัญชีสหกรณ์บริการฯ จำนวนเงิน 675,742.63 บาท คณะกรรมการได้ประชุมและมีมติหาผู้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว คือ ให้นายเอกวิทย์ รับผิดชอบ 4 ส่วน จำนวนเงิน 741,742.35 บาท ในฐานะผู้รับผิดชอบธุรกิจนม และทำหนังสือรับสภาพหนี้โดยให้มีผู้ค้ำประกันทั้งสองสัญญา และในส่วน นมที่เบิกเกินมาจำนวน 2,488 ลังให้สามารถนำออกจำหน่วยได้เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ และ หากนำนมดังกล่าวออกไปจำหน่ายต้องได้รับความเห็นชอบจาก ข้าฯ ซึ่งเป็นผู้จัดการทุกครั้ง และให้เก็บนมทั้งหมดไว้ที่โกดังสหกรณ์ฯ และให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินของสหกรณ์ และเป็นหลักประกันหนี้ด้วย 

ต่อมาวันที่ 6 มี.ค.68 ข้าฯได้ตรวจนับสินค้าทุกประเภทเป็นปกติ และได้ตรวจสอบ พบว่า นมในโกดังมี จำนวน 368 ลัง 35 กล่อง ซึ่งน้อยกว่า ทะเบียนคุมจึงสอบถาม นายเอกวิทย์ฯ ซึ่งนายเอกวิทย์ฯแจ้งว่ามียอดที่ยังไม่เบิกจากบริษัทฯ เพื่อมาคืนที่ส่งออกไป ซึ่งตามทะเบียนคุมนมโรงเรียนที่ได้เบิกเกินเมื่อปี 2566 มีการขายออกไป 201 ลัง ทำให้ยอดนมที่เบิกเกินตามบัญชีจะต้องเหลือ 2,287 ลัง บวกกับยอดนมคงเหลือ ในเทอม 2/2567 จำนวน 380 ลัง 14 กล่อง รวมยอดที่ต้องเหลือในโกดัง จำนวน 2,667 ลัง 14 กล่อง

จึงทราบว่านมหายไป จำนวน 2,298 ลัง 27 กล่อง ข้าฯ จึงได้สอบถาม เรื่องดังกล่าวกับนายเอกวิทย์ฯให้เข้ามาพบและชี้แจง โดยนายเอกวิทย์ฯ ก็ได้มารับสารภาพว่าตนเองได้นำอาหารเสริม(นม)โรงเรียนในโกดังขายโดยที่ไม่ได้แจ้งข้าฯทราบ และนำเงินที่ขายได้ไปใช้ส่วนตัว ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นทำให้สหกรณ์บริการฯได้รับความเสียหาย

ต่อมาวันที่ 16 พ.ค.68 ข้าฯได้ทำบันทึกข้อความเรื่องอาหารเสริม(นม)โรงเรียนที่หายไปจากโกดังต่อประธานกรรมการเพื่อหาทางแก้ไข้ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ค.68 ประธานกรรมการได้เรียกประชุมด่วนเพื่อพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นตามบันทึกข้อความนั้นและตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เรื่องดังกล่าว จึงเรียกนายเอกวิทย์ เข้าชี้แจง มีมติให้ไล่ออกนายเอกวิทย์  ในวันดังกล่าว เนื่องจากกระทำผิดร้ายแรงก่อให้สหกรณ์เกิดความเสียหายและได้มอบหมาย ข้า ฯ มาแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับ นายเอกวิทย์ฯ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

จากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส. จึงได้ทำการจับกุมและนำผู้ต้องหาส่ง สภ.โพธิ์กลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ความคิดเห็น

ข่าวฮอตชัดทุกกระแส

วิเคราะห์ เจาะลึก วัตถุมงคลหลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

ทนายอนันต์ชัย โพสต์ FB ระบุ

“ธรรมาภิบาล”เร่งหารือ กกต.ให้จัดการเลือกตั้งใหม่

ฟุตบอลสูงอายุชิงถ้วย ร.10 68 ทีมร่วมฟาดแข้ง

ชมรมทหารพราน ค่ายปักธงชัย แจกข้าวสาร อาหารแห้ง ณ​ ชุมชนชาวคลองลัดภาชี

ราชกรีฑาสโมสรจัดศึกกีฬาม้าแข่งไร้พนันชิงชัยแบบนิวนอร์มัล

ไทย ต้านไม่ไหว พ่ายญี่ปุ่น 0-7