ตร. แนะไทยต้องรู้ทัน

ตร. แนะไทยต้องรู้ทัน…ไม่เชื่อ…ไม่คุย…ไม่โอนรวมกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันที่ 12 พ.ค. 2565 
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น
    
ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พยายามพัฒนารูปแบบการหลอกลวงพร้อมทั้งนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาหลอกลวงประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ทราบถึงกลโกงและวิธีการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อ 
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าแผนประทุษกรรมในการหลอกลวงของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวมีดังนี้

1. อ้างว่ามีพัสดุจากบริษัทขนส่งพัสดุข้ามประเทศ เช่น DHL หรือ FedEx และถูกด่านของกรมศุลกากรอายัดไว้และมีสิ่งของผิดกฎหมาย จากนั้นจะให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ(ปลอม) เพื่อทำการตรวจสอบบัญชีหรือให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ

2. อ้างเป็นข้าราชการ เช่น ศาล อัยการ ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสรรพากร หรือ กรมสรรพสามิต เป็นต้น จากนั้นจะอ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมร้ายแรง (เช่น ยาเสพติด ค้ามนุษย์ หรือ ฟอกเงิน) และให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ

3. อ้างว่าผู้เสียหายค้างค่าปรับจราจร หลอกให้โอนเงินค่าปรับจราจร หรือให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ
4. อ้างว่าผู้เสียหายค้างชำระค่าบัตรเครดิตเป็นจำนวนมาก หากไม่รีบชำระจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อหลอกให้โอนเงินชำระค่าบัตรเครดิตให้กับคนร้ายทันที
5. อ้างว่าผู้เสียหายเปิดบัญชีธนาคาร(บัญชีม้า) ให้คนร้ายใช้ในการกระทำความผิด และให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ

6. อ้างว่าผู้เสียหายมีการเคลมประกันโควิด 19 เป็นเท็จและมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมร้ายแรง และให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ

7. อ้างเป็น กสทช. หลอกลวงหมายเลขโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ ค้างค่าชำระ หรือมีผู้ร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จะถูกปิดเบอร์ภายใน 2 ชั่วโมง อีกทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมจากนั้นจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมและให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ

8. อ้างเป็น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือหน่วยงานทางการแพทย์ หลอกขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย หรือหลอกให้โอนเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับคนร้าย

     
ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่คนร้ายมักจะนำมาใช้ในการสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงพี่น้องประชาชนมีดังต่อไปนี้

1. การใช้เสียงตอบรับอัตโนมัติ ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์จริง ๆ ไม่ใช่แก๊งมิจฉาชีพ

2. การส่งภาพของหนังสือราชการ หมายเรียก หมายจับ หรือเอกสารอ้างต่าง ๆ ที่ปลอมขึ้น ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ

3. การส่งภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ หรือภาพของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง
4. การตัดต่อคลิปเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการใช้เทคโนโลยี Deepfake ในการปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อวีดิโอคอลกับเหยื่อ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

5. การสร้างเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอม เป็นแพลตฟอร์มในการหลอกลวง เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ
     
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนขอให้ติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันกลโกงของคนร้าย และอย่าหลงเชื่อ อย่าคุยต่อ และอย่าโอนเงินให้กับ กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ที่ติดต่อมาทางโทรศัพท์ หรือข้อความผ่านแอปพลิเคชันแชทต่าง ๆ เด็ดขาด และหากพี่น้องประชาชน พบเห็นหมายเลขโทรศัพท์ใดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเบอร์โทร และ SMS มิจฉาชีพ 1185 (AIS), 9777 (TRUE), 1678 (DTAC) และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความคิดเห็น

ข่าวฮอตชัดทุกกระแส

วิเคราะห์ เจาะลึก วัตถุมงคลหลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

“ธรรมาภิบาล”เร่งหารือ กกต.ให้จัดการเลือกตั้งใหม่

ฟุตบอลสูงอายุชิงถ้วย ร.10 68 ทีมร่วมฟาดแข้ง

ชมรมทหารพราน ค่ายปักธงชัย แจกข้าวสาร อาหารแห้ง ณ​ ชุมชนชาวคลองลัดภาชี

ราชกรีฑาสโมสรจัดศึกกีฬาม้าแข่งไร้พนันชิงชัยแบบนิวนอร์มัล

ทนายอนันต์ชัย โพสต์ FB ระบุ

สหภาพธอส.ร้องแบงก์ชาติ