กรมฝนหลวงฯ ร่วม MOU กับ อินโดนีเซีย พัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกสำหรับป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง
กรมฝนหลวงฯ ร่วม MOU กับ อินโดนีเซีย พัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกสำหรับป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และภัยพิบัติ ดับไฟป่า และสลายหมอกควัน
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักประเมินและประยุกต์การใช้เทคโนโลยี แห่งอินโดนีเซีย (Agency for the Assessment and Application of Technology : BPPT of Indonesia) ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ
ผ่านการประชุมเสมือนจริง (Virtual MOU Signing Ceremony) เพื่อร่วมกันวิจัย และพัฒนาในการเพิ่มประสิทธิภาพการดัดแปรสภาพอากาศสำหรับการแก้ไขปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวน อันเป็นการช่วยลดผลกระทบจากความรุนแรงของภัยพิบัติและลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างยั่งยืน
วันที่ 17 มีนาคม 2564 ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ดร. ฮัมมาน รีซ่า (Dr. Hammam Riza) ประธานสำนักประเมินและประยุกต์การใช้เทคโนโลยีแห่งอินโดนีเซีย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ ผ่านการประชุมเสมือนจริง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเทคนิค
ด้านการดัดแปรสภาพอากาศ รวมทั้งร่วมกันพัฒนาบุคลากรในการดำเนินงานวิจัย เพื่อบรรเทาความเสียหาย
จากภัยแล้งและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภายใต้กรอบระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2564
ถึงวันที่ 16 มีนาคม 2567
ดร. สุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ความร่วมมือ
ด้านการดัดแปรสภาพอากาศระหว่างประเทศไทยกับอินโดนีเซียเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2519 เมื่ออินโดนีเซีย
ขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีฝนหลวง และได้ส่งนักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมปฏิบัติงานในโครงการวิจัยทรัพยากรบรรยากาศประยุกต์ในประเทศไทย จนกระทั่งมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคการดัดแปรสภาพอากาศ (National Laboratory for Weather Modification Technology) ภายใต้หน่วยงาน BPPT ต่อมาทั้งสองฝ่าย ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ด้านการดัดแปรสภาพอากาศ ภายใต้การประชุม ASEAN Workshop on Weather Modification 2018 และ ASEAN Training on Weather Modification 2019 ณ ประเทศไทย รวมทั้งการศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการดัดแปรสภาพอากาศในประเทศอินโดนีเซีย
ที่มีการปฏิบัติการทำฝนเพื่อเติมน้ำในเขื่อน ดับไฟป่า บรรเทาปัญหาหมอกควัน และเพิ่มความชุ่มชื้น
ในพื้นที่เกษตรและป่าพรุเช่นเดียวกับประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการดัดแปรสภาพอากาศด้วยเทคโนโลยีทางเลือกเพื่อแก้ไขความผันแปรของสภาพภูมิอากาศที่เป็น
ปัญหาความท้าทายและทวีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน จึงตกลงจะดำเนินความร่วมมือและจัดทำ
ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบ
ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เรียบร้อยแล้ว
ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล กล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินความร่วมมือดังกล่าวเป็นไปตามแผนปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ ระยะ 20 ปี ด้านที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการดัดแปรสภาพอากาศ
ด้วยการบูรณาการและสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือก
เพื่อให้การปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติต่อไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น