"พีระพันธุ์"ร่วมหารือแก้ปัญหา

"พีระพันธุ์"หน.พรรครวมไทยสร้างชาติ นำคณะพบปะแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ และตัวแทนกลุ่มลำไย 8 จว.ภาคเหนือ ร่วมหารือแก้ปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่!!

เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2566 ที่ โรงแรมมายโฮเต็ล ซีเอ็มวายเค แอท รัชดา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)พร้อมด้วย นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคฯ รวมทั้งดร.หิมาลัย ผิวพรรณ และคณะ ได้พบปะพูดคุยและรับฟังปัญหาจากแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ นำโดย นายนิคม นามเสถียร นายชินกร ก้าววิทยาคม นายกสมาคมล้วะแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย เข้าร่วมหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มชาติพันธุ์ (ชาวไทยภูเขา)

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ปรึกษานายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผย ว่าหลังจากการพูดคุยหารือกับกลุ่มแกนนำชาติพันธุ์ทราบว่า ปัญหาของคนชาติพันธุ์มี 4 เรื่อง กล่าวคือ 1.เรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน มีความขัดแย้งกันระหว่างกฏหมายกับสภาพป่าตามข้อเท็จจริง คือ ป่าสิ้นสภาพแล้วแต่กฏหมายยังใช้อำนาจโดยสภาพป่า กรณีที่จังหวัดเลยมีสภาพเป็นทุ่งหญ้าแต่ปรากฏในกฏหมายว่าเป็นเขตป่านอกจากนี้ในพื้นที่เดียวกันมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นต้น 2.เรื่องกฏหมายต่างๆที่แย่งแยกคนออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น หมายเลขบัตรประชาชนที่ขึ้นต้นด้วยเลข 8 ซึ่งส่งผลต่อการใช้สิทธิด้านต่างๆ ต้องได้รับการแก้ไข 3.เรื่องการเข้าถึงสิทธิการบริการของรัฐต้องทั่วถึงและเป็นธรรม และ 4.เรื่องการเดินทางต่างประเทศเพื่อการทำมาหากิน ควรมีระเบียบ กฏหมายที่เอื้อต่อข้อเท็จจริงตามสภาพของแต่ละบุคคล จากข้อปัญหาเหล่านี้จึงควรมีกฏหมายว่าด้วยการทำมาหากินในพื้นที่สูง ที่ครอบคลุมกฎหมายต่างๆที่ไม่เอื้อต่อสภาพการใช้ชีวิตคนบนดอย ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ในการนี้ควรมีกองทุนฉุกเฉินเพื่อให้ผู้ยากไร้กู้ยืมเงินอีกทั้งบริการตามสภาพปัญหาของแต่ละคนด้วย เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจให้กู้เป็นเงินก้อนแล้วทะยอยจ่ายคืนเป็นรายเดือนโดยการหักหนี้คืนในระบบการจ่ายเงินสวัสดิการฯเป็นต้น

ด้านนายเอกนัฎ เลขาฯพรรคฯ กล่าวว่า"พรรคฯเน้นเรื่อง การธำรงรักษาเสาหลักของชาติคือสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตามสโลแกนพรรคว่า”สู้กับทุกปัญหา พึ่งพาได้ทุกเรื่อง”ให้ประเทศต้องเดินต่อได้"

ด้าน ดร.หิมาลัย ฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า"ที่ผ่านมาได้นำข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆให้ทางพรรคฯทราบ โดยเฉพาะเรื่อง ความเป็นธรรมและความเท่าเทียมของคนไทยทุกคน ซึ่งแต่ก่อนนี้กลุ่มชาติพันธุ์ถูกมองว่า เป็นบุกรุกผู้ทำลายป่า จากการทำมาหากิน ไม่ว่าการปลูกฝิ่น การอพยพ จนทำให้เกิดเป็นประเด็นและปัญหาเกี่ยวกับความมั่งคง จนถูกเลือกปฏิบัติ ที่ไม่เป็นธรรมจากปัญหาดังกล่าว ในปัจจุบันยังพบว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ยังขาดสิทธิการเข้าถึงโอกาสการบริการของรัฐ เช่น การทำมาหากินในเขตป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ เป็นต้น"

จากนั้น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ปรึกษานายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)พร้อมด้วย นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคฯ รวมทั้ง ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ และคณะ ได้พบปะพูดคุยรับฟังปัญหาจากตัวแทนกลุ่มลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ นำโดย จ.ส.อ.นิกร บุญชัย ประธานกลุ่มลำไย จังหวัดเชียงราย นายประจวบ ทาก๊า ประธานกลุ่มลำไยแปลงใหญ่ จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์สนั่น มีสอน ประธานกลุ่มลำไย จังหวัดลำพูน และตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมหารือ โดยประเด็นสำคัญ เรื่องการเยียวยาและเรื่องประกันรายได้ รวมทั้งปัญหาลำไยตกต่ำทำให้เกษตรกรชาวสวนลำไยในพื้นที่ภาคเหนือได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนในเรื่องดังกล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า "วันนี้หลังจากได้พูดคุยและทราบปัญหาต่างๆของแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ (ชาวไทยภูเขา)พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาระยะยาวและยั่งยืน รวมทั้งได้พูดคุยกับตัวแทนกลุ่มลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ ในเรื่องการเยียวยาและเรื่องประกันรายได้ รวมทั้งปัญหาลำไยตกต่ำ ซึ่งปัญหาดังกล่าว ขนะนี้ได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะครม.เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ให้กับเกษตรกรชาวสวนลำไยที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเร่งด่วนต่อไป "นายพีระพันธุ์ หน.พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)กล่าว


#ชัดทุกกระแส
#พรรครวมไทยสร้างชาติ

ความคิดเห็น

ข่าวฮอตชัดทุกกระแส

วิเคราะห์ เจาะลึก วัตถุมงคลหลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

“ธรรมาภิบาล”เร่งหารือ กกต.ให้จัดการเลือกตั้งใหม่

ฟุตบอลสูงอายุชิงถ้วย ร.10 68 ทีมร่วมฟาดแข้ง

ชมรมทหารพราน ค่ายปักธงชัย แจกข้าวสาร อาหารแห้ง ณ​ ชุมชนชาวคลองลัดภาชี

ราชกรีฑาสโมสรจัดศึกกีฬาม้าแข่งไร้พนันชิงชัยแบบนิวนอร์มัล

ไทย ต้านไม่ไหว พ่ายญี่ปุ่น 0-7

ทนายอนันต์ชัย โพสต์ FB ระบุ